Democratic Database

ข้อมูล และ บทความ สำหรับ นักประชาธิปไตย

  
 
มีความรู้ด้านประชาธิปไตย กรุณา ส่งมาที่ new-tavivoot@live.com   
"หาสาระอ่าน หาทวีวุฒิอ่าน" 
 
สำหรับนักประชาธิปไตย ที่ต้องการ "เสริมความรู้"

 

มุมสร้างสรรค์และคืนมูลค่าแก่ผู้อ่าน 

ไทยตกขอบ องค์ความรู้โลก? 

องค์ความรู้โลก รุดไปข้างหน้าตลอดเวลา!   

ถ้าเปรียบไทยคือองค์กรหนึ่ง ท่านคิดว่าระบบจัดการ องค์ความรู้ หรือ KM "ดี" หรือ "เลว" เช่นไร  ในเมื่อแม้แต่ ความรู้พื้นฐานด้านการปกครองที่ดี คือด้วยประชาธิปไตย ยังไม่ได้การยอมรับ จากคนระดับสูง ในสังคม คือพวกอำมาตรย์

การจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management

ทักษิณผ่านกฏหมายที่มุ่งมั่นที่จะเพิ่มองค์ ความรู้ให้แก่ไทย แบบแผน วิธีปฏิบัติ โดยเฉพาะมาตรา 11 ได้กำหนดเป็นหลักการว่าส่วนราชการต้องมีหน้าที่ในการพัฒนาความรู้ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างความมีส่วนร่วมในหมู่ราชการให้ เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

 


  • วิดิโอ คลิป ทักษิณ Pichitman U-Tube Collection
  • วิดิโอ คลิป ทักษิณ Post Coup Interview Collections

     

    เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นพบว่าองค์กรต้องสูญเสียความรู้ไปพร้อมๆ กับการที่บุคลากรลาออกหรือเกษียณ อายุราชการ อันส่งผลกระทบต่อการดำเนินการขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจากแนวคิดที่มุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้มาก แต่เพียงอย่างเดียวจึงเปลี่ยนไป และมีคำถามต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรได้เรียนรู้ด้วย ดังนั้น การบริหารจัดการความรู้จึงสัมพันธ์กับเรื่อง องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นอย่างยิ่ง หากองค์กรจะพัฒนาตนเองให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ก็จำเป็นจะต้องบริหารจัดการความรู้ภายในองค์กรให้เป็นระบบเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้ได้จริงและต่อเนื่อง หากองค์กรใดมีการจัดการความรู้โดยไม่มีการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ก็นับเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม

    การบริหารจัดการความรู้ มีความซับซ้อนมากกว่าการพัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรม เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อภายหลังจากที่บุคลากรมีความรู้ความชำนาญแล้ว องค์กรจะทำอย่างไรให้บุคลากรเหล่านั้นยินดีถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น และในขั้นตอนสุดท้าย องค์กรจะต้องหาเทคนิคการจัดเก็บความรู้เฉพาะไว้กับองค์กรอย่างมีระบบเพื่อที่จะนำออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกายังคงแข่งขันกันหาวิธีบริหารจัดการความรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อให้อยู่ในโลกของการแข่งขันได้สำหรับประเทศไทยนั้นคงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้บริหารที่จะหายุทธวิธีในการดึงความรู้ออกมาจากตัวบุคคล และการกระตุ้นให้บุคลากรถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนร่วมงาน ซึ่งการถ่ายทอดความรู้บางประเภทนั้น การฝึกอบรมอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด อุปสรรคที่มักพบอยู่เสมอของการบริหารจัดการความรู้คือพฤติกรรม "การหวงความรู้" และวัฒนธรรม

    "การไม่ยอมรับในตัวบุคคล" หากองค์กรสามารถกำจัดจุดอ่อนทั้งสองอย่างนี้ได ้การบริหารจัดการความรู้ก็มิใช่เรื่องยากจนเกินไป สืบเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการครั้ง สำคัญที่ผ่านมาเมื่อเดือนตุลาคม 2545 ได้มีการวางกรอบแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 เป็นเรื่องของการกำหนดขอบเขต แบบแผน วิธีปฏิบัติ โดยเฉพาะมาตรา 11 ได้กำหนดเป็นหลักการว่าส่วนราชการต้องมีหน้าที่ในการพัฒนาความรู้เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างความมีส่วนร่วมในหมู่ราชการให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

      

     

    "ผมไม่เคยทำงานแม้แต่วันเดียวในชีวิตของผม เพราะงานมันสนุกทุกวัน"

    กล่าว Thomas Edison ผู้ค้นพบหลอดไฟ และ ไฟฟ้า

    เป็น ปรัชญาชีวิต ของผู้ที่สร้างองค์ความรู้ ให้โลก

    มากติดอันดับต้นๆ ของประวัติศาสตร์ ไม่ว่ายุคไหนก็ตาม 

      

    "ครูที่ดี ทำให้การเรียนรู้ สนุก สำหรับนักเรียน เพราะสิ่งสำคัญ คือการสอนให้นักเรียน

    รัก การหาความรู้ไปทั้งชีวิต" กล่าว ทักษิณ ในวันครู

    เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไทย ที่มีนายกไทย หลุดพ้นจากกรอบ ที่สั้งสอนกันทุกสมัย

    ให้ เป็น คนดี มีศิลธรรม 

    12 ผู้นำไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็น คนดี และ มีศิลธรรม ที่ ไม่เชื่อในประชาธิปไตย แต่ สนับสนุน ระบอบอำมาตรย์

    เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?   

    ในขณะที่คนไทยแป็นแสนๆ งมงายในระบอบอำมาตรย์ ของพี่ลิ้ม

     

    พี่ทวีวุฒิ วิพากษ์  “ปรัชญา”

    ของนักคิด ที่มีผลกระทบต่อโลก “วันนี้” ในอันดับต้นๆ

    โดย ทวีวุฒิ จุลวัจนะ 10/4/08 

    • Warren Bennis เจ้าของปรัชญา  “นักบริหารทำถูกวิธี  ผู้นำทำในสิ่งที่ถูก”
    • ด้านลบคือ แปลว่าผลของการกระทำ สำคัญกว่าวิธีทำ  เช่นลองเอาปรัชญานี้ไปใช้ในการผลิตอาวุธของสงครามชีวเคมีดูสิ โลกไม่ตายให้มันรู้กัน
    • Marvin Bowler เจ้าของปรัชญา “ถ้าคุณดูแลลูกค้า กำไรจะดูแลตัวมันเอง”
    • ด้านลบคือ แปลว่าดูแลลูกค้าเพื่อกำไร ไม่ใช่ดูแลลูกค้าด้วยความรักจริง  แล้วเวลาไม่รักอะไรจริง มันจะดูแลให้ดีได้ไง
    • Jim Collins เจ้าของปรัชญา “มีอะไรบางอย่าง ที่ทำให้องค์กรไม่มีวันตาย”
    • ด้านลบคือ เมื่อไม่มีวันตาย ก็ไม่มีวันเกิดใหม่ เมื่อเกิดใหม่ไม่ได้ คนอื่นก็เกิดแทน แบบ ธุรกิจไฮเทค เช่น เลือกเอา ไม่ตายแต่อยู่แบบ IBM หรือเกิดใหม่ แต่อยู่แบบ Apple
    • Peter Drucker เจ้าของปรัชญา “คุณภาพชีวิต สัติภาพโลก ความก้าวหน้า คือผลของการบริหารที่ดี”
    • ด้านลบคือ มองว่าคนมีอำนาจเหนือทุกอย่าง ก็ลองไปนั่งชายหาดป่าตองตอน Tsunami เข้าดูสิแล้วจะรู้สึก
    • Gary Hamel เจ้าของปรัชญา “เก่งอะไร ก็อย่าไปทำอย่างอื่น”
    • ด้านลบคือ มองว่าคนเราควรเดินอยู่ทางเดียวที่ถนัดที่รู้ทาง ก็ลองไปถามดูสิว่า Christopher Columbus รู้สึกอย่างไรกับความคิดนี้ เพราะเขาออกนอกลู่นอกทางพอดูที่ขึ้นเรือ แล้ววิ่งไปทางที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
    • Kenichi Ohmae เจ้าของปรัชญา “ยุ่นมองระยะยาว ฝรั่งมองระยะสั้น”
    • ด้านลบคือ ในระยะยาว คนเราตายทุกคน ฉะนั้นจะขอมีกิ๊กสักคนสองคน บนหนทางสู่ความตาย แล้วมันหนักหัวใจ
    • Tom Peters เจ้าของปรัชญา “จงเลือกการกระทำ  มากกว่าการวางแผน”
    • ด้านลบคือ พูดง่ายๆระสั้นสำคัญกว่าระยะยาว มีกิ๊กมากเกินไป สงสารลูกเมียหว่ะ
    • Michael Porter เจ้าของปรัชญา “โลกเจริญขึ้น เพราะการแข่งขัน”
    • ด้านลบคือ ประเทศกำลังพัฒนาแบบไทยใจยังไม่เป็นนักกีฬา คือขี้แพ้ชวนตี แพ้แล้วพาล แพ้แล้วโกง ไม่เชื่อลองมาดูพวกอำมาตรย์ในไทยดูสิ
    • Sun Tzu เจ้าของปรัชญา  “ทำสงครามทำลายล้างไปทำไม ถ้าชนะได้ด้วยแล่และกล”
    • ด้านลบคือ ถ้ามันชนะกันง่ายๆ ด้วยเล่และกล มันคงอยากเผชิญหน้ากันมากขึ้น สมัยนี้มันเป็นสมัยของ MAD หรือ Mutual Assured Destruction เพราะอาวุธนิวเครียร
    • Nicolo Machiavelli เจ้าของปรัชญา “อำมาตร อยู่ได้โดย ให้ชนชั้นล่างแบ่งแยก ตีกัน และไม่มีอาวุธ”
    • ด้านลบคือ เขาบอกว่าต้มตุ๋นคนนะทำกันได้ แต่มันทำได้ไม่นานคือไม่ตลอดไป  ไม่เชื่อไปถามบัง แห่ง คมช ดูสิ ยิ่งหาว่าเขาโง่ หลอกได้ง่ายๆ  ยิ่งหลอกใครไม่ได้และคนเขา ฉลาดขึ้น เป็นเงาตามตัว แผนชั่ว
    • Abraham Maslow เจ้าของปรัชญา “บันไดแห่งความต้องการ เริ่มจากอาหาร ขึ้นสู่สมความฝัน”
    • ด้านลบคือ บอกว่าต้องอิ่มก่อน ถึงจะมีความสุข ลองไปถามนักเขียนใส้แห้งบางคนดูสิ  ว่าเขามีความสุขไหม ถึงจะจนฉิบหาย (แบบผม) คำตอบคือ สุขมากๆที่ได้เขียน 

     บทความล่าสุดของทวีวุฒิ

    นักคิดด้านประชาธิปไตย  

    ข่าวการศึกษา 

     
     
    บทความทั่วไป จากนักคิดนักเขียนไทย
    (ทั้งจาก มุมมองอำมาตรย์ และ ประชาธิปไตย) 
      

    Burning Hot Issue 

     

    ละครน้ำเน่าคือข่าว ข่าวคือละครน้ำเน่า 

    พบสื่อเสนอข่าวการเมืองเป็นละคร สนุกแต่ยังอาจไม่มีสาระเท่าที่ควร [3 ธ.ค. 50 - 04:34]

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 ธ.ค.) โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือ มีเดียมอนิเตอร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงผลการสัมมนาปฏิบัติการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อ รอบการศึกษาที่ 15 ในประเด็น “ความเป็นละครในข่าวการเมืองไทย” โดยมีอาจารย์ และนักศึกษาจาก 8 สถาบัน เข้าร่วม

    นางเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดียมอนิเตอร์ กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อศึกษาภาพรวมของการรายงานข่าวการเมืองโดยเน้นศึกษาค้นหา “ความเป็นละคร” ในเนื้อหาและวิธีการนำเสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวี ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของอาจารย์ และ นักศึกษา ด้านนิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ เพื่อศึกษาภาพรวมของการรายงานข่าวการเมืองโดยเน้นศึกษาค้นหา “ความเป็นละคร” ในเนื้อหาและวิธีการนำเสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวี โดยมุ่งหวังให้กิจกรรมนี้ตลอดจนข้อค้นพบจากการศึกษา ได้มีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของคุณภาพการนำเสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งของสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ให้เป็นไปเพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชนที่ควรได้รับข้อมูลข่าวสารที่ให้ประโยชน์ต่อการตัดสินใจที่ดีในทางการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย มหาวิทยาลัยมหิดล เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และจุฬาฯ (อ่านต่อ)


     

    ไขปริศนา “ตุลา”

     โดย ทวีวุฒิ จุลวัจนะ

    25 กุมภา 08 

    ผมไม่ใช่ Marxist แต่เห็นด้วยกับเขาว่าชนชั้นปกครอง เช่นอำมาตร และ คนใช้แรงงาน ยังไงก็ตาม เป็นธรรมชาติ ที่จะต่อสู้กัน เพื่อแย่งปัจจัยต่างๆในการดำรงชีวิต ที่ผมหยุดตาม Marxist ก็ตรงที่เขาบอกว่า การต่อสู้นี้จะทำให้ ทุนนิยม ล้มสลาย สาเหตุก็เพราะ ทุนนิยม เป็นได้ทั้งเครื่องมือกดขี่ชนชั้นแรงงาน และก็ได้ทั้งเครื่องมือปลดเอกแรงงาน ถ้าไม่เชื่อ ลองดูในประเทศพัฒนาแล้ว ที่ใช้ระบบทุนนิยม ชนชั้นกลางมีมากมาย และช่องว่างรวยจนนั้น แคบลง แต่ผมเชื่อใน Schumpeterian ที่บอกว่า การต่อสู้นี้ ระหว่างสองชนชั้นนี้ ในที่สุดแล้ว ก็จะทำลาย ทุนนิยมลงจริง แต่ไม่ใช่เพราะการต่อสู้ แต่เป็นเพราะ จริยธรรม และ จรรยาบรรณ ของสังคมเสื่อมลง จนในที่สุด เหมือน “งูกินหาง” ที่เริ่มกัดกร่อนสังคม ที่สงบและสมานฉัน

    ทางออกที่ Scumpeterian เสนอไว้ คือว่า ทุนนิยมนั้น จริงๆแล้ว “มีชีวิตอยู่ได้” เพราะ นวัตกรรม หรือ Innovation ที่ทำให้เศรษฐกิจ เดินไปข้างหน้า ได้เร็วพอที่จะตอบสนองความต้องการของทั้ง ชนชั้น ปกครองเช่นอำมาตร และ ชนชั้นแรงงาน แต่เวลาที่สังคมเสื่อมสลายลง ก็เช่นอย่างที่เห็นๆในไทยทุกวันนี้ ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายออก เป็นค่ายๆ ที่ไปทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวสังคมไว้ เช่น ความมีใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ การยอมรับความจริง เสนอความจริง ความยุติธรรมของสังคม เช่นคือเห็นได้ชัดว่า นิติรัฐละนิติธรรมในไทยแทบไม่เหลืออีกแล้วทุกวันนี้

    ปัญหาที่ Schumpeter เขียนไว้ คือเมื่อ สังคมย่อยยับ และต่อสู้กัน จริงๆแล้วมันเป็น “พลังของการทำลายล้าง” ซึ่งการทำลายล้างนี้ ก็ทำลาย “ความสามารถในการ Innovate หรือ สร้างนวัตกรรม” แน่นอนว่าคำว่า “นวตกรรม” จริงๆแล้ว ก็คือการพัฒนา แล้วการพัฒนา ก็คือการทำลายสิ่งเก่าๆดั้งเดิม และนี่ก็เป็นอีกสาเกตุหลักของ ปัญหาเดือนตุลา ในไทย เพราะสิ่งเก่าๆนั้น พวกเอียงขวามากๆ ไม่อยากให้พัฒนากัน ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ต้องการเก็บไว้เหมือนเดิม ก็เช่นสถาบัน เพราะมันหล่อเลี้ยง “พลังขวาจัดเอาไว้”

    คือเมื่อไม่พัฒนา และเปลี่ยนแปลง มันก็เสื่อมลง เช่นเห็นได้ชัดว่า องค์มนตรีแบบป๋า คนส่วนมากในประเทศเกลียดชังมาก นอกจากนี้ยังมีการแอบพูดคุยกันถึงอณาคตของสถาบันอีก และสถาบันก็ถูกโจมตีอยู่เนืองๆ

    แต่การทำลายล้าง เท่าที่ Schumpeterian เขียนไว้ มีอยู่สองอย่างหลักๆ คือแรกเลย การทำลายล้าง ซึ่งผลคือ ไม่ได้นำมาซึ่งการพัฒนา หรือ Innovation และการทำลายล้าง โดย นวัตกรรม ที่นำ นวัตกรรม ใหม่มา “ป้อนเป็นอาหาร” ให้สังคม ก็คงจะเห็นได้ชัดว่า ไทยวิ่งวนไปวนมาแบบนี้ไม่รู้จะกี่รอบกันแล้ว คือ จาก ขวาไปซ้าย ไป ประชาธิปไตย ไปขวา ไปซ้าย วนอยู่อย่างนี้ สาเหตุก็เพราะ การทำลายล้างในไทย ไม่ได้นำมาซึ่ง “ความคิดใหม่ๆ” ผมเข้าใจว่าทักษิณนั้น มีปรัชญาใหม่ๆมากมาย เรียกได้ว่า เป็น นวัตกรรมใหม่ทางความคิดมากมาย แต่ถึงขนาดทักษิณ Creative และ Innovate ขนาดนั้น ก็ยังไม่พอนำไทยให้ “หลุดวงโคจร” ของ การต่อสู้ ที่ต้องการทำลายล้างเท่านั้น จะเห็นได้จาก คมช คือไม่มีอะไรมาเสนอให้ชาติเลย นอกจากการทำลายล้าง พลังของการ Innovate ของทักษิณ

    ถ้าถามผมว่าแล้ว เมืองไทยจะเป็นยังไง ท่านก็ดูเอาเองแล้วกัน ตอนนี้อัดสมัครกันเรื่องอะไร เขาพึ่งต่อสู้เพื่อประชาชนมาหยกๆ แล้วคงต้องการ “ลดระดับเรื่องตุลาลง ในการคุย กับ CNN” มันก็เท่านั้น แต่นี่จะตายกันให้ได้ แล้วคนก็ถามกัน รักปชช มากมายนัก รักประชาธิปไตยมากมายนัก แล้วทำไมช่วง คมช ไม่ออกมา ปล่อยให้ “ขวาตลอดกาล” แบบสมัคร ต้องออกรบแทน แล้วพอรบชนะ แค่พูดว่าตายคนเดียว โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นั่นนะคือตัวอย่างของการล้มสลายทาง จริยธรรม จรรยาบรรณ และ นิติรัฐและนิติธรรม คือมันไม่แฟร์ มันคือการหาเรื่องเพื่อทำลายล้าง มันเป็นการทะเลาะกัน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

    ทางออกคืออะไร ก็เหมือนเดิมคือผมขอให้ท่านผู้อ่านสรุปกันเอาเอง  ถ้าถามผม ถึงเวลาแล้ว ที่จะมา “ยำ” ในกันเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตชาติ เช่น ขวาจัดและสถาบัน จะเอายังไงกับคนจน ทุนนิยมและพอเพียงจะอยู่กันอย่างไร ช่องว่างระหว่างรวยจน ประชาธิปไตยและเผด็จการ และอื่นๆเช่น ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงอุตสาหกรรมที่จะมาหล่อเลี้ยงไทยในอนาคต คือเท่าที่ดูในรัฐสภาตอนนี้ ในการแถลงนโยบาย ที่ก็มีของใหม่ๆออกมาพอสมควร และการกระทำของฝ่ายค้าน คืออัดเขาลูกเดียว ผมไม่เห็นว่า มัน “สร้างสรรค์ หรือ ผลิต นวัตกรรม” อะไรใหม่ๆออกมา มันก็เหมือนเดิม คือทำลายล้างกันเท่านั้นเอง เป็นเกมการเมืองก็เท่านั้นเอง เป็นอีกจุดของ วัฏจักร ชวาสุด มาซ้ายสุด มาประชาธิปไตย มากลางๆ แล้วก็วนไปวนมา ประชาธิปไตยและเผด็จการ ไม่รู้จบ

    Link-เสริมความรู้ทั่วไป 

     

    http://www.nokkrob.org/ (มุมมองทุกเรื่องจากนอกกรอบ และวิภากษ์ความคิดใหม่ๆ)

    http://www.onopen.com/ (เปิดความคิดทุกมุมมอง แทรกมาด้วยปรัชญาของอำมาตรย์)

    http://www.thaingo.org/ (สื่อทางเลือกเพื่องานพัฒนา นักเขียนรากหญ้าตรึม)

    http://www.demo-society.th.gs/ (ฟังสนามหลวง แคมฟรอกกับเพื่อน นักประชาธิปไตย)

    http://www.sameskybooks.org/classic/ (ฟ้เดียวกัน วิภากษ์ทุกส่วนของสังคม)

    http://www.reason.com/news/show/123918.html (เว็บดีที่สุดของตะวันตก ที่ว่าด้วยเหตุและผล)

    http://www.wilsoncenter.org/index.cfm?fuseaction=wq.welcome (โดยอาจารย์เพื่ออาจารย์ ระดับโลก)

    http://www.cjr.org/ (นักข่าวฝรั่ง มองนักข่าวฝรั่ง จากโรงเรียนการข่าวอันดับต้นๆของโลก)

    http://www.ajr.org/ (สมาคมนักข่าวเมกัน เอาปรัชญาการข่าวสมัยใหม่ และล่าสุดมาเสนอ)

     

     

     

    บริการวิจัย ในภาษาอังกฤษ 

    Underground Press of Thailand (UPT)

    The Hidden Truth About Thailand


    By Noted[1] Democratic Activist and Journalist[2] Tavivoot Chulavachana

     

    Currently Available:

     

    Background and Analysis: A Splinter Group in the Thai Military Machine called “The Thai Democratic Soldiers”

    Background and Analysis: The Emergence of  Prem, Thailand’s Powerful Privy Council

    Background and Analysis: Pro-Coup traditional Thai media looses media-war to Pro-Democracy internet media

    Background and Analysis: Thailand’s Democrat Party at an Impass

    Background and Analysis: Opinion by US Constitutional Lawyer on legality of the Military junta’s instruments of legal power and the defense case of Thaksin Shinawatra 

    Background and Analysis: Faltering Power of the People’s Democratic Alliance, the principle Anti-Thaksin alliance

    Background and Analysis: “Amartayathipathai”  the real Constitution of Thailand

    Background and Analysis: The Thai Media: who is who, why, what’s their predictable angle and their influences

    Background and Analysis: The underground view by the International Intelligence Community in Thailand of Thai political development

    Background and Analysis: The “Only Way Out” for Thailand’s troubled South

    Background and Analysis: Views by a group of Thai Military Mechanized Division Commanders, divisions that traditionally are the main instruments of Thai Coup, of Thai Politics

    Background and Analysis: Bangkok’s Ruling Class rational for anti-democratic stance

    Background and Analysis: Thailand’s ICT Ministry’s Website Blocking Policy, Ways and Means

    Background and Analysis: The Invisible Network “on and in” Thailand’s judiciary system

    All publications: US$ 3,000 – US$ 9,000 (allow 7 days delivery after payment)

    Contact Point: Tavivoot@hotmail.com



    [1]  Mentioned by Thaksin Shinawatra as a noted Democratic Activist who warned Thailand of the recent Coup in advanced, in the book Thaksin 24 Hours after the Coup; One of the very few Democratic Activist who “regularly” writes about and analyzes the Thai Military Junta openly using his real name, and where his articles are syndicated widely;  President of  www.thai-journalist-democratic-front.com, a widely popular website that writes about Thailand; One of very few journalist whose writings are regularly tracked and followed by Thai journalist community, Thaksin Shinawatra and several noted Coup leaders

     

    [2] Senior Writer of the Bangkok Post, Senior Financial Reporter of Asia Times, Editor of Business Day, National Security Columnist of Krungthep Turakij, Editor of CIO Forum